รถตู้นรก !! 1 ในเหยื่อถึงขนาดส่ง ข้อความก่อนตายว่าขับกันขนาดนี้ แต่ต้องขนหัวลุกที่ ลงเอยด้วยความตายจริงๆ !??

จากกรณีเมื่อวันที่ 2 ม.ค. 60 ที่ผ่านมา เหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญรับปีระกา รถตู้สาย กทม.-จันทบุรีเกิดคนขับหลับใน รถเสียหลักพุ่งข้ามเลนประสานงากระบะที่วิ่งสวนมาอย่างจัง ไฟลุกท่วมย่างสดผู้โดยสารทั้งสองคันรวม 25 ศพ บนถนนสาย 344 ช่วง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ฝั่งขาเข้าระยอง

ล่าสุดในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ภาพหนึ่งในญาติของผู้เสียชีวิต ยืนร้องไห้ หลังเห็นซากรถตู้ที่ประสบอุบัติเหตุ พร้อมโชว์ข้อความในไลน์ที่ผู้เสียชีวิตส่งให้ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ตร.คาดการณ์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ น่าจะมาจากยางระเบิด

ทั้งนี้ในข้อความที่มีการคุยผ่านแชทระบุว่า รถตู้คันเกิดเหตุขับรถน่ากลัว

2

อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายคนก็มองว่า การสูญเสียคนที่รักครั้งนี้มาจากความประมาทหรือไม่

1-18

2-17-768x576

2-18-768x576

3-19

ย้อนเหตุการณ์แก๊สระเบิดที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ พ.ศ. 2533 เป็นอุบัติเหตุแก๊สระเบิดที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ในคืนวันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2533 มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก นับเป็นข่าวอุบัติเหตุที่ครึกโครมที่สุดในสมัยนั้น

เหตุเกิดเวลาประมาณ 22.00 น. รถบรรทุกแก๊สที่ขับโดยนายสุทัน ฝักแคเล็ก พยายามขับลงทางด่วนเพชรบุรีตัดใหม่ด้วยความเร็วเพื่อให้พ้นไฟแดง แต่รถได้เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ จากนั้นตัวรถได้ไถลไปกับพื้น ด้วยแรงเสียดสีกับพื้นถนน ทำให้ถังบรรจุแก๊สรูปแคปซูล 2 ถัง ถังละ 20,000 ลิตร หลุดออกจากตัวรถ และเกิดเป็นความร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นการเพิ่มแรงอัดให้กับแก๊สที่บรรจุอยู่ภายในถังเหล็กไม่อาจทนแรงเสียดสีได้ปริแตก แก๊สที่บรรจุอยู่ภายในได้พวยพุ่งออกมาและเกิดเป็นประกายไฟและระเบิดเสียงดังหลายครั้ง ทำให้บริเวณถนนเพชรบุรีตัดใหม่และละแวกใกล้เคียงกลายเป็นทะเลเพลิงในไม่กี่วินาที

ไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วและครอกผู้คนที่ติดอยู่ในรถยนต์ซึ่งกำลังติดไฟแดงอยู่ ณ บริเวณนั้น หลายรายเสียชีวิตทันที บางรายก็เสียชีวิตในรถเนื่องจากสำลักควัน บางคนที่สามารถหนีออกมาได้ ก็อยู่ในสภาพที่บาดเจ็บสาหัส เนื้อตัวเป็นแผลพุผองจากเปลวไฟ ขณะเดียวกันถังแก๊สอีกถังที่ยังติดอยู่กับตัวรถไม่อาจทนทานความร้อนได้ ก็ระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง ตึกแถวสองฟากถนนเกิดไฟลุกท่วม และลามไปติดแผ่นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่เกิดเป็นลูกไฟสูงท่วมตึกสามชั้น หม้อแปลงไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ข้างถนนเกิดช็อตกระแสไฟถูกตัดขาด ทำให้เกิดไฟดับ และเกิดเป็นลูกไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสีแดงฉาน ผู้คนที่อาศัยอยู่ตามบ้านเรือนบริเวณนั้นและละแวกใกล้เคียงรวมทั้งชุมนุมแออัดนับ 100 หลังคาเรือน ต่างพากันพยายามหลบหนีเอาชีวิตรอด

3-17

ไฟยังคงไหม้ต่อเนื่องนานนับชั่วโมงเจ้าหน้าที่จากหน่วยกู้ชีพ และตำรวจดับเพลิงพยายามฉีดน้ำสกัดกั้น แต่เป็นเรื่องยากที่จะทำได้ เพราะแก๊สได้ฟุ้งกระจายไปในอากาศ เพลิงมาสงบเอาในเวลา 22.00 น. ของคืนต่อมา

7-8

ศาลฎีกาบรรยายเหตุการณ์ครั้งนี้ไว้ในคำพิพากษาว่า “…เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2533 เวลาประมาณ 22 นาฬิกา นายสุทัน ฝักแคเล็ก ลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกก๊าซคันเกิดเหตุลงจากทางด่วนมาที่ถนนเพชรบุรีด้วยความเร็วเพื่อเร่งให้พ้นสัญญาไฟจราจรที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นสัญญาไฟแดง นายสุทันเลี้ยวรถไปทางด้านขวามุ่งหน้าจะไปสี่แยกมักกะสัน แต่รถยนต์บรรทุกก๊าซคันเกิดเหตุพลิกตะแคงครูดไปกับพื้นถนนจนถึงหน้าอาคารหอพักริมถนนเพชรบุรี ถังบรรจุก๊าซสองถังหลุดออกจากตัวรถ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอล.พี.จี.) ที่บรรทุกมารั่วแผ่กระจายเป็นบริเวณกว้าง แล้วระเบิดเกิดเพลิงลุกไหม้ นายสุทันถึงแก่ความตายในรถ

4-14

เพลิงลุกลามไหม้บ้านเรือนในชุมชนแออัดซึ่งอยู่ด้านซ้ายของถนนเพชรบุรีเสียหาย ไหม้ตึกแถวด้านซ้ายและขวาของถนนเพชรบุรีจำนวน 51 ห้อง รถยนต์และรถจักรยานยนต์ซึ่งจอดอยู่ในถนนเพชรบุรีตั้งแต่แยกทางด่วนถึงแยกถนนวิทยุเสียหายประมาณ 67 คัน และจากเพลิงไหม้ดังกล่าวเป็นเหตุให้มีบุคคลถึงแก่ความตายแปด 89 คน ได้รับอันตรายสาหัส 24 คน ได้รับอันตรายแก่กาย 12 คน ค่าเสียหายรวมเป็นเงิน 214,926,282 บาท

5-13

รถบรรทุกแก๊สคันนี้ ไม่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดไว้คือ ไม่มีข้อต่อระหว่างถังแก๊สกับตัวรถ ซึ่งข้อต่อดังกล่าวมีประโยชน์ในการยึดติดกับตัวรถ ไม่ให้เคลื่อนตัวหรือหล่นลงมาจนเกิดอันตราย นอกจากนี้ยังไม่มีสายรัดถังแก๊สเหมือนกับที่รถบรรทุกแก๊สทั่ว ๆ ไปใช้กัน

8-6

6-10

1-15

แน่นอนว่านอกเหนือจากเหตุการณ์นี้ที่เราไปย้อนมาให้ชมกันแล้ว ก็ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียมากมายโดยมีสาเหตุมาจากรถตู้

และครั้งนี้ เป็นเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญรับปีระกา คนขับรถตู้สาย กทม.-จันทบุรีเกิดหลับใน รถเสียหลักพุ่งข้ามเลนประสานงากระบะที่วิ่งสวนมาอย่างจัง ไฟลุกท่วมย่างสดผู้โดยสารทั้งสองคันรวม 25 ศพ บนถนนสาย 344 ช่วง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 3 ธ.ค. 60 สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ สำหรับผู้เสียชีวิตในวันนี้ทางญาติสามารถเดินทางมารับศพเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลได้เพียง 7 รายเท่านั้น ประกอบด้วยรายแรกนายกันตินันท์ ไทยตรง อายุ 23 ปี พนักงานด้านไอทีของธนาคารเกียรตินาคิน ย่านลาดกระบัง อยู่บ้านเลขที่ 4/5 ตำบลท่าใหม่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี หนึ่งในผู้โดยสารในรถตู้ ซึ่งเดินทางกลับบ้านพักที่จ.จันทบุรี ในวันที่ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมา ก่อนมาเกิดเหตุขณะเดินทางกลับมาทำงานที่กทม. ซึ่งทางญาติจะนำกลับไปประกอบพิธรกรรมทางศาสนาคริสต์ ที่โบสถ์ศาสนาคริสต์ท่าแฉลบ ต.บางกะจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี

รายที่ 2 น.ส.ภัทราวรรณ รื่นเริง อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 308 หมู่ 14 ต. คลองนารายณ์ อ.เมือง จ.จันทบุรี ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดใหม่ ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี

รายที่ 3 นายพรหมพต หรือกัน กอศิริวรานนท์ นิสิตคณะแพทย์ศาสตร์ ปี2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 45/33 ต.เกาะขวาง อ.เมือง จ.จันทบุรี โดยทางญาติและเพื่อนสนิทร่วมกันเดินทางมารับศพไปรดน้ำที่รพ.จุฬาฯ ก่อนจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดป่าคลองกุ้ง ถ.ท่าแฉลบ อ.เมือง จ.จันทบุรี

รายที่ 4 และ 5 นายสุพิน หาญเสมอ อายุ 41 ปี และด.ญ.สุนันทา หาญเสมอ อายุ 15 ปี สองพ่อ-ลูก โดยสารบนรถยนต์กระบะ โดยทั้งคู่อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู 7 ต.สักงาม อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดคลองบอน ต.สนามไชย อ.นายายอาม จ.จันทบุรี

รายที่ 6 น.ส.เกษศิณี กมลเมธากุล อายุ 18 ปี ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดปริวาสราชสงคราม แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา

และรายที่ 7 น.ส.ดวงชีวัน พันธุ์เพ็ชร อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/149 ต.นายายอาม อ.นายายอาม จ.จันทบุรี นำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดบางเตย ถ.นวมินทร์ ซอย60(สุขาภิบาล1) แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.

4-7-768x432

4-4-768x576

6-7

c1jqrieuuae-ymu-1-768x576