แชร์เก็บไว้เลย!! เกษตรยังชีพ เทคนิคสุดเจ๋ง “เพาะเห็ดฟาง” ไว้ทานเองที่บ้านไม่มีฟางก็เพาะได้ ใช้พืชจากธรรมชาติแถมยังหาได้ง่ายๆอีกด้วย!!!

วันนี้เรามีเทคนิคดีๆจากทางบ้านมาแนะนำ ที่ได้ทดลองเพาะ “เห็ดฟาง” ด้วยวัสดุเพาะอื่นที่ไม่ใช่ฟาง สำหรับคนเมืองกรุงที่หาฟางลำบาก หาฟางไม่ได้ จึงได้ลองนำพืชจากธรรมชาติมาใช้ทดแทนกันดู

วัสดุที่ใช้
1. ขุยมะพร้าว ซื้อมาจากตลาดไท โซนต้นไม้ กระสอบละ 50 บาท (กระสอบใหญ่มาก)
2. ปุ๋ยคอก ซื้อมากจากตลาดไท โซนต้นไม้
3. เชื้อเห็ดฟาง ซื้อมาจากตลาดไท ร้านที่อยู่ใกล้ๆวงเวียนโซนต้นไม้
4. แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า หรือแป้งสาลีก็ได้ เอาที่มีอยู่ติดบ้าน ตัวอย่างใช้แป้งสาลี
5. อาหารเสริม เช่น ผักตบชวา ต้นกล้วยสับ หยวกกล้วย ตัวอย่างใช้ผักตบชวา เอามาหั่นเป็นท่อนๆ
6. ถุงพลาสติก สีใส หรือสีดำก็ได้ สำหรับใช้คลุม
7. ตะกร้าตาห่างๆ

ขั้นตอนการเพาะ
1. กลับบ้านต่างจังหวัดมีฟางเลยนำติดมาด้วย เอาไว้คลุมแปลงผัก มีเหลืออยู่นิดหน่อยก็นำมาใช้เป็นวัสดุเพาะด้วย เริ่มจากไปงมผักตบชวาจากคลองหน้าบ้าน ล้างเอาเศษโคลนออกสักหน่อย พร้อมกับแช่ฟางไว้เพาะด้วย สัก 1 คืน

2. เมื่อแช่ฟางไว้ทิ้งไว้ 1 คืนแล้ว รุ่งเช้าก็หั่นผักตบเป็นท่อนๆ ขั้นตอนนี้ใครจะใช้ต้นกล้วย หยวกกล้วย ก้านกล้วยแทนก็ได้

3. เอาขุยมะพร้าวมาผสมด้วยปุ๋ยคอก สัดส่วนกะเอาพอประมาณ ให้ขุยมะพร้าวมีอาหารให้เชื้อเห็ดเดินบ้าง จากนั้นคนให้เข้ากัน

4. ใส่น้ำเพิ่มความชื้น กะพอประมาณว่า เวลากำขุยมะพร้าวแล้วมันสามารถปั้นเป็นก้อนได้ ไม่มีน้ำไหลออกตามง่ามนิ้วเป็นใช้ได้ ก็จะเสร็จได้วัสดุเพาะแล้ว

5. ขั้นตอนต่อมาเตรียมเชื้อเห็ด เชื้อเห็ดที่ดีต้องมีใยเห็ดเดินเต็มถุง ไม่แก่เกินไป ฉีกถุงก้อนเห็ดออกมา แล้วแยกเชื้อเห็ดให้เป็นชิ้นเล็กๆ

6. สำหรับก้อนเห็ด 1 ก้อน โรยแป้งสัก 1-2 ช้อนโต๊ะ แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จได้เชื้อเห็ดสำหรับเพาะแล้ว

7. ต่อไปเป็นขั้นตอนการเพาะ นำขุยมะพร้าวที่ผสมไว้ รองก้นตะกร้า ให้มีความหนาสัก 1 นิ้ว แล้วกดให้แน่น แต่อย่าแน่นมาก

8. ชั้นต่อมาโรยด้วยอาหารเสริม คือ ผักตบที่หั่นท่อนไว้ (หรือใครที่ใช้ต้นกล้วย หยวกกล้วย ก้านกล้วย ก็เอามาใช้ได้)

9. แล้วโรยทับด้วยปุ๋ยคอกบางๆ อย่าเยอะมาก เป็นการเพิ่มอาหารเสริมให้เห็ดค่ะให้โรยแค่ด้านขอบๆ ของตะกร้าเพราะชั้นนี้เวลาเห็ดออก มันจะออกด้านข้างของตะกร้า ไม่ต้องโรยเต็มหน้า

10. จากนั้นโรยด้วยเชื้อเห็ดฟางที่ย่อยและผสมแป้งไว้ โรยแค่ขอบๆ อย่าเยอะมาก ก้อนเชื้อเห็ด 1 ก้อน สามารถเพาะเห็ดได้ 2-3 ตะกร้าเชียว

11. ต่อไปก็โรยทับด้วยวัสดุเพาะ คือขุยมะพร้าว โดยโรยให้เต็มหน้า แล้วกดให้แน่นพอประมาณ ทำแบบนี้ 2 ชั้น ส่วนชั้นที่ 3 คือต้านบน ให้โรยอาหารเสริมเต็มหน้า โรยเชื้อเห็ดเต็มหน้า แล้วทับด้วยขุยมะพร้าวที่ผสมไว้เต็มหน้าจะได้ทั้งหมด 3 ชั้น ลักษณะจะออกมาแบบนี้ส่วนใครที่หาฟางได้ ก็ใช้ฟางแทนขุยมะพร้าว ขั้นตอนการเพาะเหมือนกัน เพียงแค่เปลี่ยนจากขุยมะพร้าวเป็นฟางข้าวแทน12. หลังจากนั้นก็เอาตะกร้าที่เพาะเห็ดฟางไว้ มาเรียงกัน แล้วคลุมด้วยพลาสติก เพื่อทำให้เกิดความร้อน เชื้อเห็ดจะได้เดิน ตัวอย่างทำได้ 6 ตะกร้า13. ซึ่งที่วางก็เอาราวตากผ้านี่แหล่ะมาทำ แล้วคลุมด้วยพลาสติกจะแบบใส หรือแบบดำก็ได้ แล้วแต่สะดวก ก่อนคลุมพลาสติก รดน้ำใส่ตะกร้าเห็ดให้ชื้นสักหน่อย แต่อย่าให้เปียกมาก เพราะพอเราคลุมพลาสติกแล้ว อีก 4-5 วัน เราถึงจะเปิด เดี๋ยวมันจะแห้งเกินไป

ส่วนใครที่เพาะไม่เยอะ แค่ทดลอง จะใช้ถุงดำ หรือถุงพลาสติกห่อเอาก็ได้

14. เมื่อผ่านไป 3-4 วัน เปิดพลาสติกที่คลุมไว้ออก เพื่อระบายอากาศ ระหว่างนี้ถ้าเห็นว่า วัสดุเพาะแห้งเกินไป ก็ใช้สายยางรดน้ำเพิ่มความชื้นสักหน่อย แต่อย่าให้เปียกชุ่ม และเพื่อเป็นการตัดใยเห็ดให้เห็ดได้สร้างตุ่มดอกด้วย เปิดทิ้งไว้สัก 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง ก็ได้ แล้วก็คลุมไว้ตามเดิม

จะสังเกตุเห็นเชื้อเห็ดเริ่มเดินใยสีขาวๆ ไปทั่ววัสดุเพาะ บางจุดจะมีตุ่มเหมือนเม็ดสาคู กระจายอยู่ทั่วไป นั่นแหละ ตุ่มเห็ด15. จากนั้นก็คลุมพลาสติกทิ้งไว้ 2-3 วัน ค่อยมาเปิดดู จะเห็นเห็ดเริ่มสร้างตุ่มดอกเป็นเม็ดๆ บ้างแล้ว ขั้นตอนนี้ อย่ารดน้ำเด็ดขาด เดี๋ยวเห็ดจะฝ่อไม่ออกดอก ถ้าวันไหนเห็นว่าแดดแรงเกินไป ก็เปิดพลาสติกที่คลุมไว้ออกสัก 30นาที – 1 ชั่วโมง เพื่อเป็นการระบายความร้อนบ้าง ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ค่ะ จนกระทั้งเห็ดออกดอก ให้เก็บได้เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อวัตถุทำอาหารไปได้เยอะเลยทีเดียว ทำออกมาได้หลากหลายเมนู แถมอร่อย คุณค่าเพียบ แถมปลอดสารพิษอีกด้วย เกษตรกรรมเพื่อการยังชีพ ลองเพาะกันดู ความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ขอแค่มีใจที่ใฝ่รู้แค่นั้น

ที่มา : pantip