“แอนดริว-ไอซ์”ล่องอิตาลี สวีตหวาน”พลับพลึงสีชมพู”

เคยสร้างเป็นละครมาถึง 2 ครั้ง สำหรับ “พลับพลึงสีชมพู” นวนิยายจากปลายปากกาของ “ศรีทอง ลดาวัลย์” ล่าสุด กัสท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ โดยผู้จัด “ดาว”พอฤทัย ณรงค์เดช นำมาปัดฝุ่นทำใหม่ป้อนให้ช่อง 3

 

คว้าพระเอก “แอนดริว เกร้กสัน” รับบท “วิศรุต” ช่วยดันนางเอกน้องใหม่ “ไอซ์”อามีนา กูล ในบท “สโรชา” หรือ “พลับพลึง” ร่วมด้วย “ต๊ะ”วริษฐ์ ทิพโกมุท(ม.ร.ว.พิริยพงษ์), “ครีม”เปรมสินี รัตนโสภา(ม.ร.ว.ประสงค์สม), “ไต้ฝุ่น”กนกฉัตร มรรยาทอ่อน(ประพันธ์), “กุ๊บกิ๊บ”สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย(น้ำมนต์), “เนย”โชติกา วงศ์วิลาศ(วินิตา), “โอ”อนุชิต สพันธุ์พงษ์ (วิศรุตตัวปลอม) ฯลฯ ฝีมือการ กำกับฯ ของ ชุติกุล สุตสุนทร

 

 

 ทั้งนี้ผู้จัด “ดาว-พอฤทัย” เผยว่า “ละครเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 2 ของกัสท์ฯ เป็นเรื่องราวของวิศรุตพระเอกที่เป็นเจ้าของโฮมสเตย์ พบนางเอกอยู่ข้างกอพลับพลึงเข้าใจว่าเป็นเด็กจรจัดเลยตั้งชื่อว่าพลับพลึงและให้ทำงานในโฮมสเตย์ โดยไม่รู้ว่านางเอกคือสโรชาทายาทมหาเศรษฐี นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของพระองค์หญิงที่ตามหาหลานที่จากกันไปนานหลายปีซึ่งก็คือพระเอกนั่นเอง”

 

“ที่เลือกเรื่องนี้มาทำละคร เพราะสนุก ดูสบาย มีเรื่องราวทั้งฝั่งนางเอกและพระเอก นางเอกปลอมตัวเพื่อมาพบชายในฝันและต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ นางเอกเหมือนคนสมัยนี้ที่เน้นวัตถุนิยม เป็นสาวนักเรียนนอก ลูกคุณหนู สมัยใหม่ ขณะที่พระเอกเหมือนย้อนหลังไปอีกสเต็ป ชอบธรรมชาติ ไม่ชอบอะไรที่ทันสมัยเกิน ยังเขียนจดหมาย ชอบทานผักปลูกเอง ชอบอะไรที่คอนเซอร์เวทีฟอนุรักษนิยมก็เลยคอนทราสต์กับนางเอก”

พอเป็นละครรีเมก กังวลมั้ยจะถูกเปรียบเทียบ ผู้จัดสาวกล่าวว่า “จริงๆ ละครแต่ละเรื่อง มีเสน่ห์ในตัวของมัน ลืมไปแล้วด้วยว่าในอดีตเป็นยังไง ก็ทำในเวอร์ชั่นที่เรารู้สึกว่าอยากทำแบบนี้ อย่างพระเอกเวอร์ชั่นก่อนเป็นเซลส์แมน แต่ยุคนี้พระเอกเป็นเจ้าของโฮมสเตย์ ส่วนนี้เราปรับให้เข้ากับยุคสมัย”

ทำไมพระนางลงตัวที่ “แอนดริว” และ “ไอซ์-อามีนา” “คือพระเอกเป็นคนไม่ค่อยพูด มีอะไรในใจตลอดเวลา แสดงสีหน้าอารมณ์ทางสายตา ฉะนั้นคนที่มาแสดงบทนี้ต้องเป็นคนที่เข้าใจและมีอินเนอร์เยอะ ซึ่งแอนดริว คือหนึ่งในนั้น เรียกว่าเป็นตัวจริง เป็นนักแสดงขั้นเทพ เขาถ่ายทอดออกมาได้ดี ส่วนน้องไอซ์คาแร็กเตอร์และอายุตรงกับนางเอก ซึ่งไอซ์ต้องเล่น 2 คาแร็กเตอร์ เป็นสโรชาสาวเปรี้ยว เพิ่งกลับจากนอก กับพลับพลึง สาวชาวบ้าน ถือว่าน้องมีความตั้งใจ พยายามพัฒนา พอทั้งคู่มาร่วมงานกันก็เข้าขากันดี แอนดริวมากด้วยประสบการณ์ก็จะ คอยสอนน้องคอยส่งอารมณ์ให้ แล้ว ช่วยเหลือให้ คำแนะนำในหลายๆ เรื่อง”

เรื่องนี้เดินทางไปถ่ายทำที่ประเทศอิตาลีด้วย “ใช่ค่ะ ไปถ่ายที่เมืองเวนิสกับเวโรนา เป็นซีนที่พระเอกหนีไปเมืองนอก ก็จะมีการง้องอนเป็นซีนโรแมนติก แล้วเวนิซนี่สวย ทุกมุม เป็นเมืองแลนด์สเคปของเขาที่สวย งามจริงๆ ก็เลยอยากจะนำเสนอให้ผู้ชมได้อิ่มเอมไปกับพระนางและบรรยากาศของเวนิซด้วย ซึ่งซีนต่างประเทศจะมีให้ชมตอนนึงเลย ซึ่งการไปถ่ายทำที่นี่ค่อนข้างเรียบร้อยดี จะมีเรื่องแสงที่ลงเร็วมากและค่อนข้างหนาวนิดนึง ส่วนอื่นๆ ไม่มีปัญหาอะไร”

แก่นละครเรื่องนี้อยู่ตรงไหน ผู้จัดสาวเผยว่า “มองว่าความต่างระหว่างคนสมัยนี้ คือคนที่เป็นวัตถุนิยมมาเจอกับคนอนุรักษนิยม มันอาจจะสะท้อนกลับไปว่าเราก้าวไปเร็วมาก บางครั้งมองกลับมาว่าอะไรที่เป็นธรรมชาติมีความคลาสสิคบางทีมันก็ทำให้ชีวิตเรามีความสุขเหมือนกัน มันอาจจะไม่ใช่เนื้อหาของละครจริงๆ แต่มันก็เห็นถึงบุคลิกที่ชัดเจนมากๆ ของนางเอกกับพระเอก ซึ่งพระเอกรักธรรมชาติมีจิตใจดีที่เราหาได้จากสังคมในอดีตที่ยังมีการพึ่งพาอาศัยมีการช่วยเหลือกันโดยไม่หวังผลตอบแทน ซึ่งในปัจจุบันไม่ค่อยมีแล้ว”

คนดูดูเรื่องนี้แล้วได้อะไร “นอกจากความบันเทิงก็น่าจะได้ข้อคิดในเรื่องที่ไม่พูดความจริงต่อกัน อย่างพระเอกก็รู้ว่าตัวเองเป็นหลานพระองค์หญิงแต่ไม่กล้า นางเอกก็หลอกพระเอก แล้วก็มีเรื่องของความโลภ สะท้อนให้เห็นว่าถ้าเราเป็นคนโลภเราจะได้อะไร หรือถ้าเราเป็นคนโกหก เราจะมีความทุกข์ขนาดไหน ซึ่งสังคมเรามันก็เป็นอย่างนี้ แต่เราก็เลือกได้ว่าถ้าเราอยากจะมีความสุขเราจะเป็นแบบไหน”

สุดท้ายผู้จัดกล่าวว่า “เราทุกคนตั้งใจกันเต็มที่ ตอนนี้ละครจะออกอากาศแล้ว ก็หวังว่าผู้ชมชมแล้วจะมีความสุขกันค่ะ”

ติดตามชมละคร “พลับพลึงสีชมพู” ได้ทุกศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 3 เริ่มอาทิตย์ที่ 29 พ.ย.นี้