capture Read more

ได้ใจมาก !! “ป๋อ ณัฐวุฒิ” โพสไอจีฝากถึง “ชาวนา” ที่กำลังเลือดร้อน เรื่องราคาข้าวตกต่ำ…พอได้อ่านแล้วน้ำตาแทบไหล..พระเอกนอกจอมีอยู่จริง !!

ก็เรียกได้ว่าช่วงนี้ประเด็นของราคาข้าวตกต่ำในขั้นหนัก ที่ทำให้ชาวนาผู้ปลูกข้าว กระดูกสันหลังของชาติ กำลังพากันเดือดร้อนอย่างมาก วอนขอให้ทางรัฐบาลช่วยพยุงราคาข้าวอย่างเร่งด่วน แต่ในอีกฝ่าย หรืออีกกลุ่มหนึงก็ออกมาบอกว่า ถึงเวลาที่ชาวนาจะต้องพึ่งพาต้นเองเสียแล้ว โดยการปลูกเอง สีเอง ขายเอง โดยไม่ต้องไปพึ่งใคร ไม่ต้องผ่านคนกลาง ไม่ต้องรอรัฐบาลช่วย!! แถมงานนี้ทำให้พระเอกอย่าง “ป๋อ ณัฐวุฒิ” ก็ได้ออกมาโพสไอจีส่วนตัว แบบสุดแมนช่วยเหลือชาวนาอีกแรงหนึ่งด้วย ซึงโดยปกติแล้วเราจะเห็นว่าดาราบางคน จะไม่ค่อยให้มีการโฆษณา หรือโพสขายของ ฝากร้านกันสักเท่าไหร่ แต่งานนี้พลิกล็อคเมื่อหนุ่มป๋อ อนุญาติให้ชาวนานั้น สามารถโพสฝากร้าน และโพสขายข้าว แท็กมาผ่าน IG หรือเฟสบุ๊คของตนเองได้ โดยไม่มีการลบทิ้งเลย !! สุด ๆ แห่งพระเอกในใจจริง ๆ

capture Read more

“พระบรมราชชนก“ ต้นแบบความ “พอเพียง“ของพ่อหลวง ร.9 นายร้อยโทผู้รับพระราชทานเงินเดือนเพียง 130 บาท เก็บบันทึกเล่าขานพระมหากรุณาธิคุณของพ่อตราบนานเท่านาน

ความจริงแล้วพระราชจริยวัตรอันงดงาม และสมถะ ของทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นั้นล้วนถูกหล่อหลอมมาจากสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการที่ทรงตั้งพระทัยที่จะเป็น “ครู” และการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ที่อุทิศให้เกิดความผาสุกแก่ปวงชนชาวไทย แม้กระทั่งการดำเนินชีวิตส่วนพระองค์ ล้วนเป็นไปด้วยความ “เรียบง่าย” แม้กระทั่งคำว่าระบบ “เศรษฐกิจพอเพียง” ที่ยิ่งใหญ่ในวงวิชาเศรษฐศาสตร์ ล้วนแตกหน่อก่อเกิดมาจากการอบรมเลี้ยงดูของ “พระบรมราชชนก” กับ “พระบรมราชชนนี” ภาพการเสด็จประทับในชนบทกันดารและสถานที่ประทับในเขตอุทยานแห่งชาติแทบจะทั่วประเทศ ของ สมเด็จพระพี่นาง เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อย่างไม่ถือพระองค์ นั้นเป็นไปตามธรรมชาติ ที่ทรง “เรียนรู้” จาก “พระบรมราชชนนี” “แม่เล่าให้ฟัง” ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงประพันธ์ไว้อย่างรักใคร่ในพระบรมราชชนนีนั้น ยังแสดงถึงความ “สมถะ” ในทุกด้าน ทรงเล่าไว้ว่า… “เมื่อแม่เป็นเด็กอยู่ที่บ้านฝั่งธนบุรี เวลาต้องแต่งตัวเรียบร้อยคือเมื่อไปวัดอนงค์หรือไปบ้านพ่อชู แม่จะนุ่งผ้าโจงกระเบน แต่เวลาอยู่บ้านบางครั้งก็จะนุ่งกางเกงขาก๊วย ซึ่งเป็นกางเกงผ้าธรรมดาๆ ขาสามส่วน เมื่อไปโรงเรียนแล้วก็นุ่งผ้าโจงกระเบน” แม้กระทั่งการเสด็จพระราชดำเนิน ไปในต่างประเทศ “พระบรมราชชนนี” ยังคงเป็นผู้ที่เรียบง่ายไม่เปลี่ยนแปลง “เมื่อไปสหรัฐถึงแม้ว่าจะได้ตัดเสื้อแบบสากลแล้วหลายชุด […]

capture Read more

ดูไว้เลย !! ถ้าใครอาบน้ำ” ด้วย 6 วิธีนี้ มันอาจจะทำให้คุณตายได้ไม่รู้ตัว หมอยังต้องบอกต่อ !??

เว็บไซต์ต่างประเทศได้มีการเปิดเผยถึงเรื่องราวของ นายหลิว ชายผู้มีรูปร่างอ้วน อายุ 53 ปีวันที่ 1 ส.ค. เป็นวันที่อากาศมีอุณหภูมิประมาณ 38 องศา หลังจากเลิกงานกลับมาถึงบ้านพร้อมกับเหงื่อที่ท่วมตัว เขาจึงรีบถอดเสื้อผ้า ตักน้ำเย็นๆมาหนึ่งถึงแล้วเทราดลงมาตั้งแต่หัวถึงเท้า และในคืนนั้นเองนายหลิวเริ่มรู้สึกว่าหัวใจของเขาทำงานไม่ปกติ แต่คนในครอบครัวต่างก็คิดว่าคงเป็นเพราะเขาตากแดดมาทั้งวันมั้งเลยอาจทำให้ไม่สบายเลยให้เขานอนพักผ่อนแต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้นเขายิ่งเจ็บที่หน้าอกมากยิ่งขึ้น จึงต้องนำตัวส่งโรงพยาล หมอได้ตรวจพบว่านายหลิวมีอาการกล้ามเนื้อหัวใจตาย และหลอดเลือดอุดตัน หมอพยายามช่วยชีวิตแล้วแต่สุดท้ายนายหลิวก็ไม่ฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว คุณหมอจึงได้อธิบายว่า น้ำเย็นเป็นสาเหตุที่ทำให้หลอดเลือดอุดตัน แม้ในวันที่มีอากาศร้อนมากก็เกิดได้ อาการกล้ามเนื้อหัวใจมักจะพบมากในฤดูหนาว แต่ฤดูร้อนก็มีโอกาสเป็นกันได้การกระตุ้นหรือการอาบน้ำด้วยความเย็นอย่างกระทันหันไม่เพียงแต่ทำให้หลอดเลือดในร่างกายมีการหดตัวแล้ว แต่ยังทำให้ความดันต่ำลงอีกด้วย ในบางครั้งอาจเป็นสาเหตุให้หลอดเลือดหัวใจตีบอย่างเฉียบพลันรุนแรง หลอดเลือดแตก หรือตัน ทำให้เกิดอาการหัวใจวายกระทันหัน ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ 6 พฤติกรรมเสี่ยงที่ไม่เหมาะกับการอาบน้ำ 1. เมื่อความดันลดลงต่ำ เพราะว่าเวลาอาบน้ำอุณหภูมิของน้ำมักจะสูงกว่าอุณหภูมิร่างกาย น้ำอุ่นๆจะไปทำให้หลอดเลือดขยายตัว คนที่มีอาการความดันต่ำจะมีอาการเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายไม่เพียงพอ เป็นเหตุให้หมดสติ 2.ผู้หญิงที่สุขภาพไม่แข็งแรง ผู้หญิงที่สุขภาพไม่ดี ไม่ควรอาบน้ำเย็น เพราะภูมิต้านทานต่ำ เวลาไปโดนน้ำเย็นกระตุ้น อาจจะเป็นหวัดได้ 3.หลังกินเหล้า แอลกอฮอล์จะไปยับยั้งการทำงานของตับ ทำให้การปล่อยกลูโคสออกมาสู่กระแสเลือดน้อยลง แล้วเวลาอาบน้ำร่างกายจะต้องการกลูโคสมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นการอาบน้ำหลังกินเหล้า ปริมาณน้ำตาลในเลือดจะไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการเวียนหัว หน้ามืดตาลาย ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง 4.ไม่ควรอาบน้ำทันทีหลังจากที่ร่างกายออกกำลังมาอย่างเต็มที่ […]

capture Read more

แม่ๆจ๋า ช่วยด้วย!! วอนเมตตาช่วยเหลือ ด.ช.วัย 1 ขวบ 7เดือน ป่วยประหลาด ร่างกายลอกคราบเป็นแผ่นตลอดเวลา แม่ร่ำไห้ไร้หนทางเยี่ยวยารักษา วอนสังคมช่วยแชร์ให้ถึงผู้ใจดี

 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นางฟาติหม๊ะ หมัดหมัน อายุ 31 ปี ชาวบ้าน บ้านบางมวง หมู่ 3 ต.ฝาละมี อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ว่า บุตรชายของตนคือ ด.ช. ธนพัฒน หีมหลบ หรือ น้องอาลิฟ อายุ 1 ปีกับ 7 เดือน โดยแรกเกิดเป็นปกติร่างกายสมบูรณ์ ร่าเริงดี แต่ต่อมาภายหลังได้เกิดโรคผิวหนังลอกคราบมาอย่างต่อเนื่องประมาณ 2 เดือนมาแล้ว         นางฟาติหม๊ะ เปิดเผยว่า โดยตอนแรกลูกชายมีสุขภาพปกติดี แต่เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาเกิดอาการขึ้นผื่นแดงตามผิวหนังตั้งแต่ศีรษะจนถึงตามลำตัวทั้งตัว จากนั้นได้พาไปรักษากับแพทย์โรคผิวหนังที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.)  จ.สงขลา โดยได้รับคำชี้แจงจากแพทย์ว่า โรคนี้จะหายไปเอง ไม่เป็นอะไร จากนั้นอาการก็ยังไม่บรรเทา จึงได้ไปพบแพทย์เป็นครั้งที่ 2  ทาง รพ.มอ. ก็ได้ให้ยาทา และยาแก้อักเสบ แต่ก็ยังไม่หายจากโรคผิวหนังลอกคราบแต่อย่างใด     […]

capture Read more

ดูไว้เลย !! 5 จุดสำคัญในบ้านที่ไม่ควรวาง “สิ่งศักดิ์สิทธิ์” เพราะจะส่งผลเสียต่อคนในบ้านอย่างมหันต์

สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นสิ่งที่ทุกบ้านต้องมี เพื่อความสบายใจและให้เป็นศิริมงคลแก่คนในบ้าน แต่ก็ใช่ว่าเพียงแค่หามาแล้วจะนำไปวางหรือไปจัดตั้งไว้ตรงไหนก็ได้ ตามความเชื่อแล้ว การวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ถูกจุดของบ้านก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะส่งผลดีหรือผลเสียต่อคนในบ้าน วันนี้เรามีความรู้มาฝาก เกี่ยวกับ 5 จุดในบ้านที่ไม่ควรวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะจะส่งผลเสียกับคนในบ้าน จะมีจุดไหนบ้างไปดูกันเลย 1) ห้ามวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์พิงผนังห้องน้ำ ตามหลักเบญจธาตุ (5 ธาตุ) สิ่งศักดิ์แทนความหมายของธาตุไฟ ส่วนห้องน้ำ ห้องส้วม คือ ธาตุน้ำ ซึ่งตามธรรมชาติน้ำจะดับไฟ จึงถือเป็นธาตุที่กระทบหรือพิฆาตกัน 2) ห้ามวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหนือขอบประตู เพราะประตูเป็นจุดที่ไม่มั่งคั่ง กระแสที่วิ่งลอดไปมาจะก่อให้เกิดความวุ่นวาย 3) ห้ามวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใต้คานบ้าน เพราะคานจะกดทับองค์ทำให้พลังจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถูกกดเอาไว้ ไม่สามารถช่วยได้อย่างเต็มที่ 4) เหนือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ห้ามเป็นห้องน้ำหรือเตียงนอน ถือว่าไม่แสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 5) ห้ามวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์พิงเสาที่ลอย เสาลอยแสดงถึงความไม่มั่นคง การเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปวางในที่ที่ไม่มั่นคง เป็นความเชื่อที่เชื่อกันมาตั้งแต่โบราณกาล ก็อยู่ที่วิจารณญาณของแต่ละคน แต่เพื่อความสบายใจ การเชื่อคำเตือนคนโบราณก็ไม่เสียหาย เพราะส่วนใหญ่มักจะมีเหตุมีผลของความเชื่อ และให้ผลดีเสมอค่ะ

capture Read more

ใครเงินไม่พอใช้ ทำมาหากินไม่ขึ้น !! วันนี้วันรวย วันขอเงินพระจันทร์ 31 ต.ค. 59 โบราณบอกวันที่ประตูทุกแดนภูมิจะเปิดให้ขอพรอันเป็นมหามงคล ให้เงินทองหลั่งไหลเทมา!!

คนไทย เกิดมาควบคู่กับความเชื่อ ไม่ว่าจะทำการสิ่งใด ก็ต้องมีความเชื่อเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้แต่เรื่องการเงิน ก็ยังมีเรื่องดวง โชคลางเข้ามาเป็นตัวชี้วัด ซึ่งอีกหนึ่งสิ่งที่มีอิทธิพลต่อความเชื่อของมนุษย์นั่นก็คือ พระจันทร์        วันอมาวสี หรือวันพระจันทร์ดับ เป็นวันแห่งความเชื่อในเรื่องของการขอเงินพระจันทร์ เป็นวันที่ประตูทุกแดนภูมิจะเปิด ซึ่งเชื่อว่าควรจะทำสิ่งที่เป็นมงคล เริ่มต้นจากการขอเงินพระจันทร์ วิธีปฏิบัติตนในวันขอเงินจากพระจันทร์ ประการแรกเริ่มตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า หากท่านสามารถทำได้หรือสะดวก ควรไปทำบุญตักบาตรในเช้าของวันนั้น พร้อมรับศีลฟังธรรมที่วัดใกล้บ้าน (ในกรณีที่ท่านไม่สะดวกก็ใช้การเข้าไปกราบคุณพ่อคุณแม่ ขอให้ท่านให้พรแทนก็ได้ค่ะ) หลังจากนั้นในช่วงระหว่างวันท่านควรทำใจให้สงบ พยายามอย่ามีปากเสียงกับใครโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้จิตใจของท่านขุ่นมัว และข้อสำคัญที่สุดนั้นคือภายในวันนั้นห้ามให้ใครมายืมเงินจากท่านโดยเด็ดขาด สิ่งที่จะมาเป็นสื่อในการที่จะขอโชคขอลาภจากพระจันทร์ ให้ท่านเตรียมเงิน โดยที่ท่านต้องนำเงินที่เบิกออกมาจากธนาคาร กดออกมาจากเอทีเอ็ม หรือที่เก็บเอาไว้เอาออกมาให้ได้มากที่สุด เก็บใส่กระเป๋าสตางค์ที่ใช้เป็นประจำ และต้องตั้งใจด้วยว่า ในช่วงวันที่เป็นวันพระจันทร์ดับ ภายใน 12วัน ห้ามใช้เงินในส่วนที่เก็บไว้ในกระเป๋านี้ ถ้าต้องใช้ให้แยกส่วนที่จะใช้ในวันนั้นต่างหาก อาจจะไว้ในกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกง ใส่ซอง เพื่อเป็นสิริมงคล และให้นำกระเป๋าที่เก็บเงินเอาไว้ ไปตั้งไว้ในพานหรือไปวางไว้บริเวณหน้าพระพุทธรูป หรือห้องพระประจำบ้าน วันขอเงินพระจันทร์สามารถขอได้ในช่วงก่อนและหลังเวลาเกิดวันจันทร์ดับหรือวันอมาวสี 12 ชั่วโมง วิธีการก็เช่นเดียวกันคือ เขียนขอสิ่งที่ปรารถนาที่สอดคล้องความเป็นจริง ไม่เกิน 8 […]

capture Read more

ประชาธิปไตยจอมปลอมของคณะราษฏ์!! เปิดพระราชบันทึก ร.7 ในวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 ทรงโทมนัสอย่างยิ่งหนัก!!

“…พวกแกทําการปฎิวัติ ฉันก็ไม่คัดค้าน แต่ฉันไม่เห็นด้วยที่พวกแกออกคําแถลงการณ์ด่าฉัน…” พระราชดํารัสในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงตรัสกับคณะราษฎร เมื่อวันที่ ๒๖ มิ.ย. พ.ศ.๒๔๗๕ หรือในวันที่คณะราษฎรได้ถวายพระราชบัลลังก์คืน อันเป็นการกระทําที่ไร้ความคิด ขาดหลักการ รัชกาลที่ ๗ ถึงกับทรงตรัสกับคณะราษฎรในครานั้นว่า “…จะเป็นเกียรติยศงดงามแก่ชาติหรือ…” แผนการส่วนหนึ่งของคณะราษฎร คือการออกประกาศทําลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลกษัตริย์ ว่าไร้ความสามารถ “…ทรงแต่งตั้งญาติวงศ์และคนสอพลอไร้คุณความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญๆ โดยไม่ทรงฟังเสียงราษฎร… ปกครองอย่างหลอกลวงไม่ซื่อตรง…” อันถือเป็นถ้อยคําหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ สร้างความกระทบกระเทือนใจต่อพระบรมวงศานุวงศ์เป็นอย่างมาก แต่ “…ข้อความที่ทําให้ข้าพเจ้า และสมาชิกของพระราชวงศ์จักรีรู้สึกโทมนัสอย่างยิ่ง คือในข้อที่ทําให้เข้าใจว่าพระราชวงศ์จักรีมิได้ทําประโยชน์ให้แก่ประเทศสยาม…” โดยการให้ร้ายบุรพกษัตริย์แห่งพระราชวงศ์จักรี ว่า “…กษัตริย์ได้ถือเอาราษฎรเป็นทาส เป็นสัตว์เดียรัจฉาน ไม่นึกว่าเป็นมนุษย์…” “…ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า ประเทศเรานี้… ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง… พวกเจ้ามีแต่ชุบมือเปิบและกวาดทรัพย์สมบัติเข้าไว้ตั้งหลายร้อยล้าน เงินเหล่านี้เอามาจากไหน? ก็เอามาจากราษฎรเพราะวิธีทำนาบนหลังคน…” ต่อถ้อยครหาต่างๆที่เกิดขึ้นในวันที่ ๒๔ มิ.ย. นั้น แม้จะสร้างความเสียพระราชหฤทัยอย่างเป็นที่สุด โดยเฉพาะเมื่อกาลภายหลัง คณะราษฎรกลับเลือกที่จะกราบทูลเชิญเสด็จขึ้นครองราชสมบัติอีกครั้ง รัชกาลที่ ๗ ได้ทรงตรัสถึงความรู้สึกในเวลานั้นว่า “…การเขียนประกาศกับการกระทําของคณะราษฎร เปรียบเหมือนเอาผ้าจะมาทําธง แล้วเอามาเหยียบยํ่าเสียให้เปรอะเปื้อน แล้วเอามาชักขึ้นทําธง จะเป็นเกียรติยศงดงามแก่ชาติหรือ…” แต่ด้วยทรงเห็นแก่ประโยชน์ […]

capture Read more

ยืนงงกันทั้งถนน !! เมื่อหนุ่มวิ่งไปช่วยอุ้มยายตากฝนข้ามถนน แต่พอหันมาเฮ้ยที่แท้คนดังแบบนี้เองหรอ !!?

เป็นเรื่องราวน่าชื่นชมที่ได้เห็นกันไม่บ่อยนัก หลังจากที่ผู้ใช้เฟสบุ๊ค Ja Siriporn ได้เผยแพร่ภาพไปยังกลุ่ม facebook สุราษฎร์ธานี ที่แสดงให้เห็นถึงเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังพยายามแบกยายขี่หลังและเดินข้ามถนนกลางสายฝน บริเวณสี่แยกธารา จ. สุราษฎร์ธานี โดยเจ้าของเฟสบุ๊คได้ระบุข้อความเอาไว้ว่า “เช้านี้ฝนตกหนัก รถก็ติดหนักเช่นกัน แต่มีเรื่องราวดีๆมาเล่าต่อกันฟังค่ะ..เราติดไฟแดงตรงแยกธาราเพื่อจะเข้าในบาง เห็นยายคนหนึ่งอายุน่าจะ70ขึ้น ลงจากตุ๊กๆแกยืนตากฝนโดยไม่มีร่มรึอะไรบังฝนเลย ดูแล้วแกเดินไม่ค่อยจะคล่อง แล้วมี น้องผช คนหนึ่งกำลังแบกให้ยายขึ้นหลัง แต่ยายน้ำหนักก็น่าจะเยอะอยู่ส่วนน้องคนนั้นก็ตัวเล็กนะ น้องเขาพยายามแบกยายขึ้นหลังมีจังหวะนึง น้องเขาขมำเกือบล้มไปข้างหน้า แต่น้องเขาก็ทรงตัวพะยุงตัวเองจนพายายขึ้นหลังได้ แล้วก็แบกยายเดินข้ามถนนไปทางฝั่ง ธกส เห็นภาพนี้แล้วจากที่หงุดหงิดหายไปเลยค่ะ ซึ้งมากๆ ไม่ว่าน้องเขาจะเป็นลูก หลาน ญาติ ของยายรึใครก็แล้วแต่ เราขอชมน้องเลยว่าน้องเป็นคนดีมากๆ คงมีไม่กี่คนหรอกที่เขาจะทำแบบนี้ ภาพอาจจะดูไม่ชัดนะคะ” หลังจากที่ได้เผยแพร่ภาพเหล่านี้ออกไปแล้วนั้น ต่างก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นและชื่นชมน้องผู้ชายคนนี้กันอย่างล้มหลาม พร้อมอยากให้ตามหาตัวเพื่อประกาศเกียรติคุณในลำดับต่อไปด้วยล่าสุดเป็นนายแบบดังที่ไปเที่ยว แล้วเห็นคุณยายตากฝนทนไม่ได้ แต่ยังไม่ทราบชื่อแน่ชัด เห็นแล้วต้องปรบมือให้กับน้องผู้ชายคนดังกล่าวจริงๆ

capture Read more

ซวยเพราะ “”ตด”” ทีมแพทย์กระเจิง!! สาววัย 30 ปี ผายลมขณะผ่าตัดมดลูก ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ฉับพลัน อลหม่านทั้งโรงพยาบาล ล่าสุดอาการเป็นอย่างนี้แล้ว!?

เกิดเหตุขึ้นที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งโตเกียว ขณะที่คณะแพทย์กำลังผ่าตัดมดลูก ของผู้ป่วยหญิงชาวญี่ปุ่นวัย 30 ปี ก็เกิดไฟลุกไหม้ฉับพลัน จนท่วมร่างผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณช่วงขาและเอว ทางโรงพยาบาลได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ก่อนเปิดเผยผลในวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่าไฟไหม้เกิดจากลมที่อยู่ในช่องท้องของผู้ป่วยเล็ดลอดออกมาในห้องผ่าตัด และทำปฏิกิริยากับแสงเลเซอร์ จนลุกไหม้ผ้าคลุมเตียงผ่าตัดและลุกท่วมร่างผู้ป่วย ทั้งนี้ สื่อมวลชนญี่ปุ่นคาดว่าโรงพยาบาลอาจต้องชดใช้ค่าเสียหาย ให้กับผู้ป่วยเป็นจำนวนเงินมหาศาล ที่มา : manager.co.th

capture Read more

โคตรเลว !! นี่ละหนอคนจน รุมประณาม หนุ่มไฮโซ ตบหน้าป้าวัยกลางคนพนักงานกวาดถนน ก่อนตะหวาด หมาผมมีค่ากว่าชีวิตคุณ !! ล่าสุดเป็นแบบนี้แล้ว!?

หนุ่มจีนสุดถ่อยปล่อยสุนัขคอร์กี้อึบนถนน คนกวาดถนนรีบห้าม แต่เขากลับตบตี ชี้หน้าด่า บอกสุนัขผมมีค่ามากกว่าชีวิตคุณอีก           เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ รายงานว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2559 ที่เมืองหลันโจว มณฑลกานซู หนุ่มรายหนึ่งได้นำสุนัขคอร์กี้เดินไปด้วยกันบนถนน ระหว่างนั้นเองมันก็เกิดปวดอึขึ้นมา และกำลังจะอึลงบนพื้นถนน แต่แล้วทุกอย่างกลับไม่ง่ายเมื่อจังหวะนั้นมีพนักงานกวาดถนนหญิง วัย 50 ปี เห็นเข้าพอดี จึงรีบเข้ามาห้ามปรามหนุ่มโดยบอกว่า สุนัขจะอึบนถนนแบบนี้ไม่ได้           ด้วยความฉุนหนุ่มรายนี้ได้ปรี่เข้าทำร้ายพนักงานกวาดถนน ก่อนจะพูดคำพูดที่สุดอเน็จอนาจใจออกมา เขากล่าวว่า “หมาของผมมันมีค่ากว่าชีวิตคุณซะอีก !!” หลังเกิดเหตุพนักงานกวาดถนนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ก่อนที่ตำรวจจะเข้ามาสอบสวน และหนุ่มรายนี้ก็สารภาพว่าเขาได้ทำสิ่งที่ผิดลงไปจริง ๆ พร้อมกับขอโทษขอโพยกับความผิดครั้งนี้ และตกลงที่จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับพนักงานกวาดถนนเป็นจำนวนเงินราว 5,500 บาท และค่าชดเชยเวลางานอีก 2,500 บาท             ทั้งนี้ ทั้งฝ่ายหนุ่มผู้ก่อเหตุและพนักงานกวาดถนนได้ตกลงกันว่าจะไม่มีการเอาเรื่องเอาราวใด ๆ ทางกฎหมายมากกว่านี้ ทำให้เรื่องทั้งหมดจบลงด้วยดี อย่างไรก็ดีเรื่องดังกล่าวไม่ได้ยุติง่าย ๆ บนโซเชียลเน็ตเวิร์ก เพราะมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้กันอย่างดุเดือด ภาพจาก shanghaiist.com